You are here:   Home Articles วิธีรวบรวมเนื้อหาสำหรับทำเว็บ

วิธีรวบรวมเนื้อหาสำหรับทำเว็บ

Print PDF

สิ่งหนึ่งที่มีผลทำให้เว็บประสบความสำเร็จนั้นคือเนื้อหาในเว็บ และเนื้อหาในเว็บนั้นมีผลต่อความรู้สึกของผู้เข้าชมเว็บไซต์มากว่าจะกลับมาอีกหรือไม่ เรามาเข้าเรื่องเลยดีกว่า หากท่านอ่านมาถึงติวเตอร์อันนี้แล้ว ท่านก็คงต้องรู้แล้วว่าตนเองจะทำเว็บเกี่ยวกับอะไร ซึ่งถ้าท่านทำเว็บตามที่ท่านถนัดนั้นก็ง่ายเลย เพราะท่านจะทราบดีกว่าสิ่งที่ท่านจะทำต้องหาได้จากทีไหน อ่านดูแล้วอย่างพึงงง

วิธีหาเนื้อหาในการทำเว็บนั้นมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน โดยอาจจะหาจากหนังสือ ,ความรู้ที่เรามี ,บทความต่างประเทศ ,นิตยสาร ,หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ซึ่งบางทีก็อาจจะ Copy มาเลย (ควรจะใส่แหล่งที่มา และติดต่อกับเจ้าของลิขสิทธิ์เสียก่อน) หรือ อาจจะนำมาประยุกต์กับความรู้ที่เรามี

วิเคราะห์ & ตีขอบเขตเว็บ
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมใช้เป็นประจำนั้นคือเราต้องคิดอยู่เสมอว่า เว็บเราทำอะไร ,ใครเป็นผู้เข้า และผู้ที่เข้าชมต้องการอะไร 3 อย่างนี้เป็นหัวใจสำคัญ (สำหรับวิธีของผม) เพราะหากท่านไม่สามารถชี้ชัดว่าเว็บไซต์ท่านทำอะไร เว็บจะเริ่มมั่วหาจุดยืนไม่ได้ หรือหากท่านไม่ทราบว่าใครเป็นผู้เข้าขมเว็บท่าน ท่านจะไม่ทราบความต้องการของคนเหล่านั้น ซึ่งมีผลมากต่อการเข้าชมเว็บไซต์ เช่น Sanook.com ทำเว็บวาไลตี้ กลุ่มคนที่เข้านั้นแทบจะทุกคนที่ใช้ Internet ซึ่งเว็บไซต์นี้เป็นเว็บไซต์ที่โด่งดังมาก เพราะสามารถเข้าถึงความต้องการของผู้เช้าชมเว็บไซต์ได้ เช่น เด็กวัยรุ่นชอบ Chat ก็มีห้องสนทนาทั้งแบบ Java และธรรมดา มีการแบ่งกลุ่มของคนสนทนาตามทุกกลุ่ม ,คนวัยทำงานต้องการข่าวสาร ก็มีข่าวสารสถานะการล่าสุดในเว็บไซต์และมี Link ไปยังแหล่งข่าวสาร และสามารถค้นหาได้อีก และ Sanook ยังเจาะได้ถึงความนิยมในปัจจุบัน เช่น ตอนนี้มีการส่ง SMS รูปภาพกันมาก ซึ่ง Sanook ก็มีและแทบจะเป็นที่เดียวที่มี มีอะไรแปลกใหม่ตลอดเวลา นี่เป็นตัวอย่างเว็บดังๆที่สามารถเข้าใจถึงความต้องการของกลุ่มผู้เข้าขมเว็บไซต์ ตอนนี้เว็บไซต์ท่านเข้าถึงกลุ่มผู้ชมหรือยัง

แปลบทความจากต่างประเทศ
นี่เป็นวิธีที่เว็บต่างๆใช้กัน และใช้กันมาก ซึ่งบางทีท่านก็ไม่ทราบ หากเว็บไซต์ท่านเจาะกลุ่มคนไทยด้วยกัน ซึ่งปัญหาหนึ่งของคนไทยคือภาษาอังกฤษ ดังนั้นวิธีรวบรวมเนื้อหาอีกวิธีคือการแปลบทความจากต่างประเทศ อย่าลืมบอกแหล่งที่มาด้วยล่ะ

หนังสือ
มีเว็บจำนวนไม่น้อยที่นำเนื้อหาจากในหนังสือมาลง แต่อาจจะไม่ทั้งหมด เช่น อ่านเพื่อทำความเข้าใจและนำมาเปลี่ยนเป็นภาษาเรา ซึ่งวิธีนี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อเนื้อหาที่นำมาเป็นหลักการที่ตายตัวไม่มีการเปลี่ยนแปลง เราก็อาจจะนำมาเขียนในถาษาของเราก็เป็นไปได้ แต่ทางที่ดีไม่ควรนำมามากเกินไปหรือ Copy มาแบบเต็มๆ และควรจะใส่แหล่งอ้างอิงให้เจ้าของเขาด้วย

ต้องมีแหล่งอ้างอิง
สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับเนื้อหาในเว็บ โดยเฉพาะบทความ จะน่าเชื่อถือได้ต้องมีแหล่งอ้างอิง หรือสามารถชี้ตัวอย่างทำให้ดูน่าเชื่อถือ เพราะจะมีผลต่อเว็บนั้นว่าเว็บนั้นน่าเชื่อถือแค่ไหน

อย่าใจร้อนในการรวบรวม
สิ่งหนึ่งที่หลายต่อหลายคนพลาดไป คือการใจร้อนในการรวบรวมเนื้อหา กลัวว่าเว็บตนจะมีเนื้อหาน้อย ไม่กล้าเปิดตัวเว็บเพราะเนื้อหาน้อย สิ่งเหล่าต้องอาศัยระยะเวลา ซึ่งถ้าเราเพิ่มเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอมันก็จะเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ อย่ากลัวอย่ารีบร้อน ค่อยๆหาไป หาได้มากก็เป็นสิ่งที่ดี ผมเป็นคนหนึ่งที่ตอนแรกจะไม่เปิดเว็บนี้แล้วเพราะคิดว่าเนื้อหาน้อย แต่ก็ได้ไปอ่านหนังสือเริ่มหนึ่งพูดถึงเรื่องนี้ (จำชื่อไม่ได้ล่ะ) หนังสือบอกทำนองว่า คุณต้องอดทนหากเนื้อหาเว็บยังน้อยอยู่ เพราะสิ่งเหล่านี้มันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถามว่าเราจะสุ้เว็บที่มีอยู่แล้วได้ไหม ก็ต้องบอกว่าแล้วแต่ว่าเรามีเนื้อหาที่ดีแค่ไหน และแตกต่างกับเว็บที่มีอยู่แล้วแค่ไหน บางทีแนวเว็บดูเหมือนจะเหมือนกัน แต่ว่าก็ต่างกันในเนื้อหา

เนื้อหาจากประสบการณ์
เนื้อหาที่มีดีอีกอย่างคือมาจากประสบการณ์ เพราะหนังสืออาจจะให้ข้อมูลทางหลักการ แต่ประสบการณ์คือการใช้งานจริง อย่าบทความทีท่านอ่านอยู่ก็มาจากประสบการณ์ไม่ใช่มาจากหนังสือ แต่มาจากประสบการณ์ + กับความรู้ที่มี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้ที่ศึกษาทีหลังสามารถนับต่อจากเรา หนังสือทำให้ผู้อ่านนับ 1 แต่จากประสบการณ์เป็นสิ่งทีเนื้อหาให้ไม่ได้ทำให้นับ 2 3 4 หรืออาจจะนับต่อจากผู้เขียนเลยก็ได้ ดังนั้นเขียนประสบการณ์ของคุณออกมา

 

ความสามารถ

Graphic Web Design
Photo shop, Flash, Illustrator, Indesign, 3Dmax, Maya, etc...
Web Programing
html, php, asp, asp.net, jsp, java, java script, asp.net, xml, Flash action script, ajax, apache, css, dhtml, perl, xhtml, etc...
Web Database
mySQL, msSQL, oracle, Access, crystal Report, txt, etc...